Archive for สิงหาคม, 2009
Fear
สิงหาคม 25, 2009Work on Simplicity
สิงหาคม 25, 2009You can’t change anything.
สิงหาคม 24, 2009คุยกับหยดน้ำ
สิงหาคม 24, 2009เช้าวันนี้ฉันคุยกับหยดน้ำ ที่ตรงชานบ้าน พลูด่างโตขึ้นมากเป็ยโขยง ฉันตื่นไม่เช้านัก แต่ยังพอทันดูหยดน้ำน้อยใหญ่เกาะอยู่ตามใบเขียวๆเหลืองๆ หยดน้ำไม่เลือกใบเกาะ มันเกาะอยู่หลายที่ สวยงามเหลือเกิน ฉันพูดกับหยดน้ำว่า
“หยดน้ำจ้า เธอช่างดูเปราะบางอ่อนโยน เธออยู่ได้อย่างไร ในโลกที่แห่งความเป็นจริง บางคนไม่สนใจเธอเลย แต่ฉันรู้สึกดีเมื่ออยู่กับเธอ”
1 2 hay!
สิงหาคม 23, 2009ขด
สิงหาคม 23, 2009“ฉัน” ที่ “ขด”
ไม่รู้ว่าอะไร ทำให้ฉันมักสื่อสารได้ไม่ตรงกับใจ โดยเฉพาะ กับคนที่ฉัน รัก คำพูดมันช่างมีเหตุผล และเงื่อนไขอยู่เต็มไปหมด บางทีฉันอาจจะต้องฝึกพูดภาษาอื่นบ้าง เช่นภาษากาย ท่าทาง สีหน้า เพื่อช่วยทำให้คนตรงหน้าฉันเข้าใจ ในสิ่งที่ฉันรู้สึกกับมันมากขึ้น เหมือน ฉัน ที่ รักแม่ แต่ด้วยความคุ้นชินเดิมๆ ที่อยู่กันประหนึ่งของตาย ทำให้ฉัน อยู่กับปัจจุบันน้อยมาก ฉันมีภาพเก่าๆของแม่ในหัวสมอง แถมยังวาดอนาคตข้างหน้ารอไว้อีกต่างหาก วันหนึ่งวันทำให้ฉันอยู่กับแม่ จริงๆนั้น น้อยมาก ความรักคงไม่มีอะไรไปมากกว่า ให้เขามาอยู่ในใจเรา ตราบใดที่เรายังไม่รู้จักใจตัวเอง ว่าเรารักเขามากแค่ไหน เราก็อาจจะทำเก๊ก เง้องอน ไป เวลาผ่านไปความเหินห่างได้ย่างกรายเข้ามา การตัดสินและความแบ่งฝักฝ่าย ฝ่าย ฉัน และ เธอ ยิ่งก่อตัวมากขึ้น นี่คงเป็นความเข้าใจระดับ สากล โลก และจักรวาล ที่บางทีคนอย่างฉันก็เผลอไม่รู้ตัวว่าเรานั้น ตัวใครตัวมัน ไม่ใช่คนเดียวกัน แต่
ท้ายที่สุดแล้ว เราเองก็เป็นในสิ่งที่เขาเป็น และ ไม่มีอะไรเลยที่ไม่ใช่ของกันและกัน
Not easy
สิงหาคม 23, 2009การเดินทางด้านใน เหมือนเข้าป่า บางทีเราก็กลัวไปก่อน หรือ บางทีมันก็อันตรายจริงๆ หรือบางที …
คิดถึง
สิงหาคม 22, 2009คิดถึงบ้าน
ฉันชื่อ พอเจ๊ะ แปลว่า ดอกไม้สีขาวที่อยู่ริมผา
ฉันมีบ้านและครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปจากเมือง และนานมากแล้วที่ไม่ได้ไปเจอพวกเขา
นี่ก็เกือบวนมาอีกปี ที่เราไม่ได้เจอกัน ช่วงหลังฉันได้ข่าวมาว่าบนดอยนั้นมีลูกเห็บตก ฉันก็เป็นห่วงและยังไม่มีโอกาศได้ขึ้นไป
บนภูเขาที่มีต้นไม้เต็มไปหมด เป็นร่างกายของแม่ธรณีที่อุดมสมบูรณ์ เส้นทางอาจจะไกลสักหน่อยแต่ก็เป็นเหตุผลที่ชุมชนที่นั้นยังรักษาความเป็นอยู่แบบธรรมชาติ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร ฉันคิดถึงที่นั่นมาก ตัวฉันเองอยู่ในเมือง มองเห็นและซึมซับเอาความเป็นมลพิษ เสียงอึกทึกและความเบียดเสียด อยู่เสมอ ฉันโหยหาและพยายามแสวงหาชีวิตแบบที่บ้านบนดอยนั้นเป็น
ฉันรู้จักพวกเขาครั้งแรก เมื่อตามอาจารย์ณัฐ ไป “ภาวนาเดี่ยวๆ” ท่ามกลางป่าเขา และอยู่กับตัวเองแบบวิเวก คนเดียว ฉันหลงรักที่นั่น ผู้คน ต้นไม้ ทุกอย่างเข้ามาแตะที่จิตใจฉัน เหมือนได้กลับ มาที่ที่ ฉัน “เคย” และ “ควร” อยู่ ฉันยังจำได้เมื่อวันที่ฉันไปเหยีบที่นั่นครั้งแรก
ฉันบันทึกสิ่งเหล่านั้นไว้ในนี้
ชื่อบันทึก ” บทรำพันแห่งขุนเขา”
ขอให้ทุกคนที่นั่นมีความสุข ปลอดภัยจากสิ่งคุกคามทั้งปวง
ขอให้ความปรารถดีนี้ ส่งพลังไปถึงพวกเขา
ถึง ณ เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
พาใจไปด้วย
สิงหาคม 22, 2009เมื่อจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ล่องลอยไปกับความคิด ทำให้ “บ้านด้านในของเรา” รก เกิดขยะ หลายเดือนผ่านมานี้ฉันได้ปล่อยให้บ้านนี้รก และเต็มไปด้วย อดีต อนาคต ที่ไม่มีอยู่จริง ภาวะสับสน ขุ่นใจ น้อยใจ เศร้า และอื่นๆ ก็ได้เกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว
บางทีเราก็เอาของมาใส่ห้องเราเยอะเกินไป จนไม่รู้ว่าอันไหนเป็นอันไหน และบางอันก็หาไม่เจอเสียแล้ว บางอันถูกฝุ่่นเกาะ เป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาอย่างเราจะไม่มีของในห้อง แต่ ” ห้องของใจ” จะดูแลอย่างไร ให้สะอาด น่าอยู่ สบายๆ และรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ความคิดหลากหลายนั้นเปรียบเหมือนของที่นำเข้ามาแล้วสะสมอยู่ ติดยึด ไม่อยากทิ้ง สะสมทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ
เหมือน มณฑล อันศักสิทธิ์ของเรา มณฑล ที่เหมือนในรูป มันดาลา เหมือนของ ชัมบาลา เราเองคอยดูแลมณฑลของเราให้สุขสงบ เหมือนเราได้ดูแล”พื้นที่” ของเรา ด้วยตัวเราเอง หากเราคิดมาก เราก็จะติดอยู่ในความคิดตรรกะ และภาวะเช่นนั้นทำให้ยากที่จะ”รู้สึก” กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เสียงของความคิดในสมอง มัก “ตัดสิน” สิ่งต่างๆให้เป็น ถูกและผิด หาเหตุผลเพื่อจะให้ตัวเองดูดี และสบายขึ้น แต่แล้วก็มี ความกลัว และไม่ไว้วางใจ เกิดขึ้น จิตใจจึงร้อนรุ่มขึ้น และยิ่ง เร็วขึ้น เหมือนลิงที่บ้าคลั่ง
เมื่อวันก่อนฉันได้คุยกับพี่ชายแสนดีคนหนึ่ง เขาได้ทำให้ฉันนึกถึงคำว่า “พาใจไปด้วย” เมื่อฉันนั่งสมาธิเป็นรูปแบบไม่ได้ ยังมีอีก “ทั้ง ชีวิต” ที่จะ ดำรงอยู่ใน ความ”ไม่มีอะไร” “ธรรมดาๆ” หรือ ห้องปล่าวๆ ที่ปราศจากเครื่องที่ทำให้จิตใจเศ้ราหมอง
ทุกวัน เรายัง หายใจ เดิน นั่ง กิน นอน ๆลๆ กิจกรรมเหล่วนี้สามารถ ดำรงอยู่ในสภาวะ “ที่ตื่น ” ได้ทุกท่วงท่าของชีวิต กิจกรรมที่ฉันเองพลั้งเผลอเป็นประจำ คือ การหายใจ ความจริงแล้วฉันหายใจตลอดเวลา แต่หลายครั้ง ที่ฉันเองก็ไม่รู้เลย ว่ากำลังหายใจอยู่
และคงมีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นอย่างนี้ แต่ฉันไม่ได้รับรู้ อีกเยอะเลย










