
Knowing is Loving
การสัมผัสรู้ คือความรัก
รู้ คือ รัก
หากเราดำรงตนอยู่ในธรรมดาสภาวะ และเรียนรู้จากประสบการณ์อันสดใหม่อยู่เสมอ
โลก คือครูของเรา บุคคลข้างหน้า คือ ครูของเรา
ในมณฑลแห่งการตื่นรู้ การสัมผัสรู้ถึงรายละเอียดแห่งตน นั้นเป็นดั่งร่างกายแห่งการภาวนา
และสิ่งสูงสุดแห่งการรู้แจ้ง คือ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในแต่ละขณะ
ในความเป็นไปของสังสารและนิพพานที่ไม่แยกออกจากกัน
ไม่มีโลก(สังสาร) เราไม่อาจเข้าใจถึงแก่นนิพพานได้เลย
นอกจากโลกแล้วที่เป็นครู ยังมีในสถานะมนุษย์ ก็ คือ คนที่ทำให้หัวใจเราสั่นไหวเมื่อได้พูดคุยด้วย คือคนที่เรารัก ให้ความรัก มีเลือดเนื้อในการสื่อสารต่อกัน มีความอ่อนโยน ไม่คาดหวัง ไม่ตัดสิน และที่สำคัญคือ รับฟังเรา ความรักระหว่างนักเรียนรู้กับครูจึงเป็นพลังที่งดงามและพลักให้ก้าวเดินหน้าต่อสู่การสะท้อนของแสงแห่งปัญญา
ในความเชื่อของธิเบต โลกของเรา ไม่มีเวลา หรือไร้กาลเวลา
สัจจะและธรรมะ ยังคงดำรงอยู่อย่างไร้ร่างและเวลา ไม่มีเงื่อนไขใดๆจะบังบด ความจริงแท้ของธรรมะได้
โลกเราไม่มีเวลาเลยซะด้วยซ้ำ
ความรักไม่มีวันตายไปหรือเน่าเปื่อย พร้อมกับร่างกายมนุษย์
ดวงจิตที่ดีงามยังคงเดินทางสานต่อหน้าที่ของมัน
สถานะของมนุษย์ทุกคนที่ล้วนเป็นคุรุ มักตายจากกันและกันไป หากเราติดยึดในการมีชีวิต เมื่อครูจากไปความมานะและแรงบันดาลใจก็ถดถอย แล้วเราก็ไปหาครูใหม่ ไปเรื่อยๆ ครูที่เป็นมนุษย์ก็ต้องตาย คนแล้วคนเล่า
ครูทั้งหมดล้วนแสดงสภาวะ ท่าที การสื่อสารที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นในรูปลักษณ์ความดีงามดั่งพระพุทธเจ้า หรือ ความบ้าบิ่นแบบคนบ้าก็ตาม ทุกสิ่งล้วนแสดงออกเพียงสภาวะให้เราได้เรียนรู้
หากเรายังติดอยู่ในสภาวะของครูซึ่งแสดงเป็นมนุษย์ เราก็ยังคงต้องหาที่พึ่งภายนอกออกไปเสมอ
ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ การดำรงอยู่ในการตื่นรู้นั้น ต้องใช้พลังแห่งใจที่บริสุทธ์ เราไม่สามารถซ่อนแอบความรู้สึกหรือสภาวะใดๆไว้ข้างหลัง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นมองเราไม่ดีหรือดี(ตัดสินเรา) นั้นก็เป็นความกลัวที่เกิดจากการไม่อยากให้ตัวตน อัตตา ของตนเองโดนกระทบจากโลกที่เป็นจริง ความเสื่อมในความจริงของสังคมเล็กใหญ่จึงบังเกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสการเรียนรู้ที่โหยหิว และ วัตถุนิยมทางจิตวิญญาณ ที่ตามไล่หลังเพื่อมาเป็นเหยื่อ
น่าเศร้าที่คนส่วนมากให้การบูชากับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ความปกปิดและความแข็งกระด้างในตน ทำตามแบบสิ่งที่อยู่บนหิ้งเสมือนก้อนหิน หรือความเชื่องมงายที่คาดหวังจะได้ผลลัพย์จากการปฎิบัตธรรมทั้งที่มีความจริงใจต่อตนเองน้อยมากและ การพยายามทำตัวให้ผ่องใสแต่หากยังอัดแน่นไปด้วยการ มีขาวดำ การแบ่งแยกทางสภาวะ
ก็แสดงถึงความคิดที่ปรุงแต่งแต้ม และหัวใจที่ปราศจากความรักที่แท้






